ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ความสะอาดภายในองค์กร” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกต่อไป แต่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนถึงระดับความเป็นมืออาชีพ มาตรฐานการดำเนินงาน และความใส่ใจขององค์กรต่อทั้งลูกค้ารวมถึงพนักงานของตนเอง
สำนักงานที่สะอาดล็อบบี้ที่ดูเป็นระเบียบ พื้นที่ส่วนกลางที่ได้รับการดูแลสม่ำเสมอ ล้วนส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกของผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ เพราะ “ความสะอาด” คือสิ่งแรกที่ผู้คนสังเกตเห็นก่อนที่จะสัมผัสสินค้า บริการ หรือเอกลักษณ์ขององค์กรด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรจึงเริ่ม “จ้างบริษัททําความสะอาด” ที่มีความเป็นมืออาชีพแทนการจัดการด้วยพนักงานภายในหรือแม่บ้านทั่วไป เนื่องจากระบบงานของบริษัททำความสะอาดมืออาชีพมีความเป็นมาตรฐานสูงกว่า ตรวจสอบได้ และรองรับความซับซ้อนของพื้นที่อาคารในยุคใหม่ได้ดีขึ้น
คำถามสำคัญคือ
แล้วการจ้างบริษัททำความสะอาด ช่วยเสริมภาพลักษณ์องค์กรได้จริงหรือไม่?

10 เหตุผลที่พิสูจน์ว่า การจ้างบริษัททำความสะอาดช่วยเสริมภาพลักษณ์องค์กรได้จริง
1. สร้างความประทับใจตั้งแต่ “สัมผัสแรก”
พื้นที่ต้อนรับ ห้องโถง ล็อบบี้ และโซนรับลูกค้า คือจุดแรกที่ผู้มาติดต่อมองเห็น หากพื้นที่เหล่านี้สะอาด เป็นระเบียบ ปราศจากคราบสกปรกและขยะ จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพขององค์กรได้ทันที
การมีบริษัททำความสะอาดมืออาชีพคอยดูแลพื้น ผนัง กระจก รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ทางเข้าให้เงางามไร้ฝุ่นอยู่เสมอ ทำให้ทุกครั้งที่มีผู้มาเยือน องค์กรสามารถสร้าง First Impression ที่ดีและน่าเชื่อถือได้อย่างสม่ำเสมอ
2. สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรและมาตรฐานการบริหารจัดการ
สำนักงานที่สะอาด เป็นระเบียบ และได้รับการดูแลต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมองค์กรให้ความสำคัญกับคุณภาพและการจัดการพื้นที่อย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้ปัญหาความสกปรกหรือความรกสะสมจนกลายเป็นเรื่องปกติ การใช้บริการบริษัททำความสะอาดที่มีระบบการทำงานชัดเจน ตั้งแต่การเช็ดถูพื้น การดูแลพื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงจุดใช้งานร่วม ช่วยให้บรรยากาศโดยรวมของอาคารแสดงออกถึงความมีวินัยและระเบียบ ซึ่งส่งผลต่อการรับรู้ว่าบริษัทมีมาตรฐานการบริหารจัดการที่ดีในทุกระดับ
3. เพิ่มความเชื่อมั่นให้ลูกค้าและคู่ค้าองค์กร
ในบริบทของธุรกิจ B2B และองค์กรขนาดใหญ่ ภาพของอาคารที่สะอาดทั่วทั้งพื้นที่ ตั้งแต่โถงรับรองไปจนถึงห้องประชุม เป็นสัญญาณหนึ่งที่ลูกค้าและคู่ค้าใช้ประเมินความน่าเชื่อถือขององค์กร พื้นที่ที่พร้อมต้อนรับอยู่เสมอ แสดงให้เห็นว่าบริษัทบริหารจัดการทั้งงานและสถานที่อย่างมีระบบ การมีทีมทำความสะอาดจากบริษัทมืออาชีพคอยดูแลห้องประชุม ห้องรับรองผู้บริหาร โต๊ะ เก้าอี้ และกระจกให้สะอาดเรียบร้อยตลอดเวลา จึงช่วยเสริมความมั่นใจให้คู่ค้ารู้สึกว่าองค์กรใส่ใจในคุณภาพทุกมิติจริง ๆ
4. สนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
ฝุ่น คราบสกปรก และเชื้อโรคในพื้นที่สำนักงานสามารถส่งผลต่อสุขภาพของพนักงาน ทั้งในรูปแบบการเจ็บป่วยเฉียบพลันและปัญหาสุขภาพระยะยาว หากพื้นที่ทำงานไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการลาป่วยและลดประสิทธิภาพในการทำงาน การใช้บริการบริษัททำความสะอาดที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยด้วยวิธีการและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและสารก่อภูมิแพ้ พร้อมทั้งเสริมความมั่นใจให้พนักงานว่าพื้นที่ทำงานมีความปลอดภัยและได้รับการดูแลอย่างรอบคอบ
5. ยกระดับประสิทธิภาพและสมาธิของการทำงาน
สภาพแวดล้อมที่รก มีฝุ่นสะสม หรือมีกลิ่นอับ เป็นปัจจัยที่บั่นทอนสมาธิและบรรยากาศการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ ในทางตรงกันข้าม พื้นที่ที่สะอาด โล่ง และเป็นระเบียบจะช่วยให้พนักงานโฟกัสกับงานตรงหน้าได้ดีขึ้น และรู้สึกสบายในการทำงานมากกว่าเดิม การให้บริษัททำความสะอาดเข้ามาดูแลการจัดเก็บขยะ การเช็ดถูมุมต่าง ๆ รวมถึงการรักษาความสะอาดโดยรวมของพื้นที่สำนักงานอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้โต๊ะทำงานและบริเวณโดยรอบเป็นระเบียบอยู่เสมอ ลดทั้งสิ่งรบกวนสายตาและความไม่สบายตัวของพนักงาน ส่งผลให้มีสมาธิส่งผลให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
6. ปกป้องสินทรัพย์อาคารและลดค่าใช้จ่ายระยะยาว
วัสดุแต่ละประเภทในอาคาร เช่น พรม พื้น กระจก แสตนเลส และเฟอร์นิเจอร์ ล้วนมีข้อกำหนดในการดูแลที่แตกต่างกัน หากทำความสะอาดไม่ถูกวิธีจะเกิดคราบฝังแน่น ผิวเสียหาย หรือเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ทำให้บริษัทต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่สูงกว่าที่ควร การใช้บริการบริษัททำความสะอาดที่มีความเชี่ยวชาญและเครื่องมือเหมาะสมกับวัสดุแต่ละชนิด ช่วยให้การดูแลพื้นผิวต่าง ๆ เป็นไปอย่างถูกหลัก สามารถยืดอายุการใช้งาน ลดความถี่ในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยน รวมถึงรักษาภาพลักษณ์ของอาคารให้ดูใหม่และน่าใช้งานอยู่เสมอ
7. สร้างมาตรฐานความสะอาดที่สม่ำเสมอและตรวจสอบได้
การมอบหมายให้พนักงานภายในดูแลความสะอาดกันเองมักเผชิญกับข้อจำกัดเรื่องเวลาและความต่อเนื่อง หลายครั้งเป็นเพียงการจัดเก็บแบบเฉพาะหน้า ไม่ได้มีการวางระบบดูแลระยะยาว ต่างจากการใช้บริการบริษัททำความสะอาดที่มีการวางแผนและตารางปฏิบัติงานชัดเจน ทั้งในระดับรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รวมถึงการทำความสะอาดใหญ่เป็นระยะ การทำงานด้วยเช็กลิสต์และการตรวจสอบคุณภาพในแต่ละรอบ ช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดมาตรฐาน และตัวชี้วัด ด้านความสะอาดได้อย่างเป็นรูปธรรม และมั่นใจได้ว่าทุกพื้นที่ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมไม่ตกหล่น
8. สร้างความมั่นใจด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในอาคาร
หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ มาตรฐานด้านสุขอนามัยในพื้นที่สาธารณะและอาคารสำนักงานถูกยกระดับสูงขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งพนักงานและผู้มาเยือนต่างคาดหวังให้สถานที่ที่ตนใช้งานมีการดูแลด้านความสะอาดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่คนพลุกพล่าน เช่น ห้องน้ำ ลิฟต์ ห้องครัว หรือโถงอาคาร การมีบริษัททำความสะอาดเข้ามาดูแลอย่างเป็นระบบ ทั้งในส่วนการกำจัดคราบและสิ่งปนเปื้อนที่เป็นจุดเสี่ยง การทำความสะอาดพื้นเปียกอย่างทันท่วงที การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และการติดตั้งป้ายเตือนเมื่อมีความเสี่ยงลื่นล้ม ช่วยลดทั้งความเสี่ยงด้านสุขภาพและอุบัติเหตุภายในอาคารควบคู่กันไป
9. ยกระดับประสบการณ์โดยรวมของผู้มาเยือน
ประสบการณ์ของผู้มาเยือนต่อองค์กรไม่ได้มาจากการรับบริการเพียงจุดใดจุดหนึ่ง แต่เป็นผลรวมของบรรยากาศทั้งหมดที่ได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นภาพที่มองเห็น กลิ่นอากาศ เสียงรบกวน หรือความเป็นระเบียบของพื้นที่ การที่อาคารสะอาด โล่ง ปลอดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และไม่มีคราบสกปรกสะสมในสายตา ทำให้ผู้มาติดต่อรู้สึกสบายใจและพร้อมเปิดรับการสื่อสารจากองค์กร การใช้บริการบริษัททำความสะอาดที่สามารถควบคุมคุณภาพความสะอาดในทุกจุดที่ลูกค้าอาจพบเห็น ตั้งแต่บริเวณทางเข้า ห้องรับรอง โถงลิฟต์ ห้องประชุม ไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลาง ช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบประสบการณ์ของผู้มาเยือนให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์ที่ต้องการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
10. เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้โดดเด่นและน่าเชื่อถือในระยะยาว
ภาพลักษณ์ของแบรนด์ในมุมมองของลูกค้าและคู่ค้าไม่ได้เกิดจากการสื่อสารผ่านสื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนผ่าน “ประสบการณ์จริง” ที่พวกเขาได้รับเมื่อเข้ามาในพื้นที่ขององค์กรด้วย อาคารที่ได้รับการดูแลให้สะอาด เป็นระบบ และมีมาตรฐานชัดเจน สื่อโดยตรงว่าองค์กรมีวินัย ใส่ใจคุณภาพ และบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ การมีบริษัททำความสะอาดมืออาชีพเป็นเหมือนพันธมิตรด้านภาพลักษณ์อาคาร ช่วยรักษามาตรฐานความสะอาดให้สอดคล้องกับตำแหน่งแบรนด์ที่องค์กรต้องการ เช่น ความเป็นมืออาชีพ ความทันสมัย การใส่ใจสุขภาพ หรือมาตรการด้านความปลอดภัยสูง ส่งผลให้ภาพลักษณ์แบรนด์แข็งแรงและแข่งขันได้ในระยะยาว

วิธีเลือกบริษัททำความสะอาดให้เหมาะกับองค์กรของคุณ
1.ดูมาตรฐานและประสบการณ์ของบริษัท
บริษัทที่มีประสบการณ์ยาวนานและผลงานชัดเจน มักมีความเข้าใจพื้นที่หลากหลายประเภทและสามารถให้บริการได้อย่างมีมาตรฐาน
2.ทีมงานผ่านการอบรมและมีระบบตรวจสอบคุณภาพ
พนักงานที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง พร้อมระบบตรวจสอบงานอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้คุณภาพงานคงที่และเชื่อถือได้
3.แพ็กเกจบริการยืดหยุ่นตามขนาดองค์กร
องค์กรขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ ควรสามารถเลือกจำนวนพนักงาน เวลา ความถี่ในการทำความสะอาดให้เหมาะสมกับงบประมาณและรูปแบบการใช้งานพื้นที่ของตนเอง
4.เชี่ยวชาญพื้นที่เฉพาะ
บางอาคารต้องการการดูแลเฉพาะทาง เช่น โรงงาน ห้องคลีนรูม โรงแรม หรือโชว์รูม การมีทีมงานที่ชำนาญพื้นที่เฉพาะช่วยลดความเสี่ยงในการทำงานผิดวิธี
5.ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทันสมัย
อุปกรณ์คุณภาพสูงและน้ำยาที่ได้มาตรฐาน รวมถึงเทคโนโลยีช่วยตรวจสอบงาน ช่วยให้การทำความสะอาดมีประสิทธิภาพปลอดภัย และตรวจสอบการทำงานได้
6.สัญญา ราคา และขอบเขตงานชัดเจน
สัญญาที่โปร่งใส ระบุขอบเขตงานและมาตรฐานการให้บริการอย่างชัดเจน ช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร นอกจากนี้ยังทำให้องค์กรสามารถวางแผนควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
การเลือกบริษัททำความสะอาดที่เหมาะสมควรพิจารณาทั้งมาตรฐานและประสบการณ์ของบริษัท ความสามารถของทีมงาน ระบบตรวจสอบคุณภาพ ความยืดหยุ่นของรูปแบบบริการ เทคโนโลยีกับอุปกรณ์ที่ใช้ รวมถึงความชัดเจนด้านสัญญาและราคา เพื่อให้องค์กรได้รับทั้งคุณภาพงานตลอดจนความคุ้มค่าในระยะยาว

ไอเอฟเอส ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการทำความสะอาดสำหรับองค์กร
บริการทำความสะอาดของ IFS Facility Services (ประเทศไทย) ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่ที่ต้องการมาตรฐานความสะอาดสูง ความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร และภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพ ด้วยประสบการณ์ด้านบริการทำความสะอาดกว่า 40 ปี ไอเอฟเอส ให้บริการแก่ลูกค้ามากกว่า 1,500 องค์กรทั่วประเทศ โดยมีทีมพนักงานทำความสะอาดที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง ทั้งด้านเทคนิคการทำความสะอาด การเลือกใช้น้ำยา และการใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับพื้นผิวแต่ละประเภท
ไอเอฟเอส ผสานบุคลากรมืออาชีพเข้ากับเทคโนโลยีสนับสนุนสมัยใหม่ เช่น หุ่นยนต์ทำความสะอาด ระบบตรวจคุณภาพแบบเรียลไทม์ และเครื่องมือเฉพาะสำหรับงานแต่ละประเภท ช่วยให้ลูกค้าได้รับผลงานที่สม่ำเสมอ ตรวจสอบได้ และลดความเสี่ยงจากการทำความสะอาดที่ไม่ถูกวิธี พื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั้งสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงพยาบาล สนามบิน และอาคารขนาดใหญ่ที่ต้องการมาตรฐานระดับสากล
บริการของไอเอฟเอสไม่ใช่เพียง “การทำความสะอาด” แต่คือ “การบริหารคุณภาพพื้นที่” อย่างเป็นระบบ ผ่านการกำหนด KPI/SLA ที่ชัดเจน รายงานผลการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส ทำให้ทุกพื้นที่สะอาด ปลอดภัย และพร้อมใช้งานตลอดเวลา เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับภาพลักษณ์ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ตลอดจนลดภาระการจัดการภายในได้อย่างแท้จริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจ้างบริษัททำความสะอาด
คำถาม : บริษัททำความสะอาดต่างจากการจ้างแม่บ้านประจำอย่างไร?
คำตอบ : บริษัททำความสะอาดมีระบบงานที่เป็นมืออาชีพ เช่น การอบรม ทีมสำรอง อุปกรณ์มาตรฐาน และระบบตรวจสอบคุณภาพ
คำถาม : ค่าใช้จ่ายสูงกว่าหรือไม่?
คำตอบ : เมื่อคิดต้นทุนรวมแล้ว มักคุ้มค่ากว่าในระยะยาว และบริหารงบได้ง่ายกว่า
คำถาม : ให้บริการพื้นที่ประเภทใดบ้าง?
คำตอบ : สำนักงาน อาคารพาณิชย์ โรงงาน โรงแรม โชว์รูม และพื้นที่ส่วนกลาง
คำถาม : ควรเลือกความถี่ในการใช้บริการอย่างไรให้เหมาะกับองค์กร?
คำตอบ : ความถี่ในการใช้บริการทำความสะอาดควรถูกกำหนดจากลักษณะการใช้งานพื้นที่ จำนวนผู้ใช้อาคาร และมาตรฐานความสะอาดที่องค์กรต้องการ โดยทั่วไปอาจมีทั้งรูปแบบการดูแลประจำทุกวัน การเข้าทำตามรอบรายสัปดาห์ หรือการกำหนดรอบเฉพาะงาน เช่น ทำความสะอาดใหญ่ประจำไตรมาสหรือรายปี ทั้งนี้องค์กรสามารถหารือร่วมกับบริษัททำความสะอาดเพื่อประเมินความเหมาะสม และออกแบบตารางการให้บริการให้สอดคล้องกับงบประมาณและความต้องการจริงของแต่ละองค์กรได้
คำถาม : มาตรฐานคัดเลือกพนักงานเป็นอย่างไร?
คำตอบ : มีการคัดเลือก ตรวจสอบประวัติความน่าเชื่อถือ อบรมทั้งด้านเทคนิคการทำความสะอาดและมารยาทในการให้บริการตามมาตรฐานของบริษัทก่อนลงปฏิบัติงานจริง
คำถาม : กำหนด Scope งานได้หรือไม่?
คำตอบ : ลูกค้าสามารถกำหนดพื้นที่ เวลา และงานเฉพาะด้าน พร้อมทำ Site Survey
คำถาม : หากไม่พอใจผลงานต้องทำอย่างไร?
คำตอบ : ไอเอฟเอส มีระบบรับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะที่ชัดเจน พร้อมขั้นตอนการตรวจสอบสาเหตุ การแก้ไข รวมถึงการติดตามผลอย่างเป็นระบบ รวมทั้งนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงานและคุณภาพการให้บริการในรอบถัดไป
สรุป: การจ้างบริษัททำความสะอาดคือ “การลงทุนด้านภาพลักษณ์ระยะยาว”
จากเนื้อหาทั้งหมด จะเห็นได้ชัดว่าความสะอาดของสถานที่ทำงานไม่ใช่เพียงเรื่องความเรียบร้อย แต่คือองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์องค์กร ความเชื่อมั่นของลูกค้า และคุณภาพชีวิตของพนักงานโดยตรง การเลือกใช้บริการจากบริษัททำความสะอาดมืออาชีพจึงเป็นมากกว่า “ค่าใช้จ่ายประจำ” หากแต่เป็นการลงทุนที่ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ ลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัยและอุบัติเหตุ พร้อมสะท้อนมาตรฐานการบริหารจัดการขององค์กรอย่างแท้จริง
เมื่อองค์กรมีพื้นที่สะอาดเป็นมาตรฐาน ตรวจสอบได้ และสม่ำเสมอ สิ่งนี้จะส่งผลต่อแบรนด์ในทุกมิติ ตั้งแต่ความมั่นใจของลูกค้า ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ไปจนถึงความน่าเชื่อถือในสายตาคู่ค้า ดังนั้น การจ้างบริษัททำความสะอาดมืออาชีพจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยยกระดับทั้งคุณภาพของอาคารและภาพลักษณ์องค์กรได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
ดูรายละเอียดบริการทำความสะอาดจาก ไอเอฟเอส เพิ่มเติม “คลิก”
ขอรับคำปรึกษา หรือสำรวจพื้นที่หน้างานฟรี “คลิก”




