
เทคโนโลยีทำความสะอาดด้วยน้ำโอโซน คือโซลูชันทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแบบไม่ใช้สารเคมี โดยเปลี่ยนออกซิเจน (O₂) ให้เป็นโอโซน (O₃) แล้วละลายในน้ำจนเกิดเป็น “น้ำโอโซน” หรือ Aqueous Ozone เพื่อนำไปใช้เช็ด พ่น หรือทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลังการใช้งานโอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน จึงช่วยลดความเสี่ยงเรื่องสารตกค้าง และสามารถวัดผลได้ด้วยตัวชี้วัดทางวิทยาศาสตร์อย่าง ORP และ ATP
เครื่องผลิตน้ำโอโซน (O3Clean Aqueous Ozone) เป็นเทคโนโลยีทำความสะอาดด้วยน้ำโอโซนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานจริงในองค์กรและอาคารเชิงพาณิชย์ที่ต้องการมาตรฐานความสะอาดที่ชัดเจนและตรวจสอบได้
เมื่อเปรียบเทียบกับการทำความสะอาดแบบใช้สารเคมี ซึ่งแม้จะให้ผลลัพธ์รวดเร็ว แต่ต้องแลกกับการจัดเก็บสารเคมี ความเสี่ยงต่อพนักงาน กลิ่นไอระเหย และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ตามมาหลายองค์กรจึงเริ่มมองหาระบบที่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่า แต่ปลอดภัยกว่า และสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน
“ความสะอาดที่ดี ต้องพิสูจน์ได้ ไม่ใช่แค่ดมกลิ่นแล้วมั่นใจ”
แนวทางนี้ทำให้การทำความสะอาดไม่ได้หยุดอยู่ที่ผลลัพธ์ที่มองเห็น แต่มีตัวเลขและหลักฐานรองรับ องค์กรจึงสามารถกำหนดมาตรฐาน ควบคุมคุณภาพ และสามารถรายงานผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นความแตกต่างสำคัญเมื่อเทียบกับแนวทางการทำความสะอาดแบบดั้งเดิม

เครื่องผลิตน้ำโอโซนพิสูจน์การฆ่าเชื้อได้อย่างไร?
ในการบริหารงานทำความสะอาดระดับองค์กร การประเมินผลไม่ควรยึดจากการมองเห็นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีข้อมูลยืนยันผลลัพธ์ เครื่องผลิตน้ำโอโซนผลิตน้ำโอโซนสำหรับใช้ทำความสะอาด และผลลัพธ์หลังการใช้งานสามารถประเมินได้ด้วยตัวชี้วัดทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบ อ้างอิง และรายงานผลได้อย่างเป็นมาตรฐาน ตัวชี้วัดหลักที่ใช้ ได้แก่
- ค่า ORP (Oxidation Reduction Potential)
- ค่า ATP Surface Testing
ทั้งสองเครื่องมือนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร โรงพยาบาล และระบบคุณภาพ เพราะสามารถให้ข้อมูลเชิงตัวเลขที่ตรวจสอบได้

ORP คืออะไร และทำไมค่า ORP > 800 mV จึงใช้เป็นเกณฑ์ยืนยันการฆ่าเชื้อ
ORP (Oxidation Reduction Potential) คือค่าศักยภาพในการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน-รีดักชัน หรือค่าที่ใช้บ่งชี้พลังในการออกซิไดซ์ของสารละลาย พูดให้เข้าใจง่าย คือยิ่งค่า ORP สูง ความสามารถในการทำลายเชื้อโรคยิ่งสูง เพราะสะท้อนระดับพลังงานที่พร้อมทำปฏิกิริยากับเชื้อหรือสารอินทรีย์
ในงานด้านสุขอนามัย ค่า ORP มากกว่า 800 mV ถูกใช้เป็นระดับอ้างอิงในการยืนยันประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อบนพื้นผิว เนื่องจากเป็นระดับที่แสดงถึงพลังออกซิเดชันเพียงพอในการทำลายผนังเซลล์ของแบคทีเรียและโครงสร้างของเชื้อโรค ค่านี้จึงถูกใช้เป็น “เกณฑ์ตรวจวัด” ทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การประเมินจากความรู้สึกหรือการคาดเดา
น้ำโอโซนมีคุณสมบัติออกซิเดชันสูง เมื่อสัมผัสเชื้อโรคจะเกิดปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว พลังออกซิเดชันของโอโซนในน้ำจึงเชื่อมโยงโดยตรงกับค่า ORP ที่ตรวจวัดได้ และเป็นเหตุผลว่าทำไมค่า ORP จึงถูกใช้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อในระบบนี้

ATP คืออะไร และทำไมค่า ATP < 10 RLU จึงบอกได้ว่าพื้นผิวสะอาดจริง
ATP (Adenosine Triphosphate) คือสารที่พบในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย เชื้อรา หรือเศษสารอินทรีย์ การตรวจวัดค่า ATP บนพื้นผิวจึงถูกใช้เป็นวิธีประเมินระดับการปนเปื้อนหลังการทำความสะอาด
การทดสอบ ATP เป็นกระบวนการตรวจสอบความสะอาดที่ให้ผลเป็นตัวเลข โดยแสดงค่าในหน่วย RLU (Relative Light Unit) ยิ่งค่าต่ำ หมายถึงปริมาณสารอินทรีย์หรือจุลชีพตกค้างยิ่งน้อย
ค่า ATP ต่ำกว่า 10 RLU ถูกใช้เป็นระดับอ้างอิงว่าสะท้อนพื้นผิวที่ผ่านเกณฑ์ความสะอาดในงานด้านสุขอนามัย ซึ่งเป็นเกณฑ์ตรวจวัดเชิงปริมาณ ไม่ใช่การประเมินจากสายตา
ในระบบเครื่องผลิตน้ำโอโซน (O3Clean Aqueous Ozone) มีการอ้างอิงผลการทดสอบ ATP รองรับการใช้งานจริง เมื่อใช้ร่วมกับค่า ORP การทำความสะอาดจึงสามารถอธิบายและยืนยันผลลัพธ์ได้ด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
น้ำโอโซนทำงานอย่างไร ทำไมจึงไม่ต้องใช้สารเคมี
เครื่องผลิตน้ำโอโซน (O3Clean Aqueous Ozone) สร้างโอโซนจากออกซิเจนในอากาศผ่านกระบวนการไฟฟ้า (Electrical Process) โดยเปลี่ยนออกซิเจน (O₂) ให้เป็นโอโซน (O₃) และละลายโอโซนลงในน้ำในรูปแบบ Aqueous Ozone เพื่อใช้ในกระบวนการทำความสะอาด กระบวนการนี้ใช้เพียง
- น้ำ
- อากาศ
- ไฟฟ้า
จึงไม่ต้องเติมสารเคมีเพิ่มเติม ไม่ต้องผสมสูตร และไม่ต้องจัดเก็บน้ำยาหลายชนิด โดยอาศัยหลักการออกซิเดชันของโอโซนในการทำความสะอาด และหลังการใช้งานโอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน
หลักการออกซิเดชันทำลายเชื้อและสารอินทรีย์อย่างไร
โอโซน (O₃) เป็นสารที่มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง เมื่อโอโซนสัมผัสกับเชื้อโรค จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันกับผนังเซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้โครงสร้างของเซลล์เสียหาย โปรตีนและองค์ประกอบสำคัญภายในถูกทำลาย ส่งผลให้เชื้อสูญเสียความสามารถในการดำรงอยู่ และทำให้ปริมาณเชื้อที่หลงเหลืออยู่บนพื้นผิวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในขณะเดียวกัน ปฏิกิริยาออกซิเดชันดังกล่าวยังทำงานกับสารอินทรีย์บนพื้นผิว เช่น คราบไขมัน เศษอาหาร หรือสารก่อกลิ่น โดยโอโซนจะทำให้โครงสร้างทางเคมีของสารเหล่านี้แตกตัวเป็นโมเลกุลที่เล็กลง กระบวนการนี้เกิดขึ้นทันทีเมื่อโอโซนสัมผัสกับสิ่งปนเปื้อน จึงช่วยทั้งการทำลายเชื้อและการสลายคราบในขั้นตอนเดียวกัน
ทำไมหลังใช้งาน “น้ำโอโซน” จึงไม่ทิ้งสารตกค้าง
หลังจากทำปฏิกิริยาออกซิเดชันแล้ว โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน จึงไม่เกิดสารเคมีตกค้างบนพื้นผิว และไม่จำเป็นต้องล้างซ้ำด้วยน้ำสะอาด ด้วยคุณสมบัตินี้ น้ำโอโซนจึงถูกมองว่าเป็นแนวทางการทำความสะอาดที่ลดการพึ่งพาสารเคมี
ใช้ได้จริงกับงานทำความสะอาดประเภทใดบ้าง
เครื่องผลิตน้ำโอโซน (O3Clean Aqueous Ozone) ถูกนำไปใช้งานจริงในองค์กรหลากหลายประเภทที่ต้องการมาตรฐานด้านความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล สถานศึกษา พื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือครัวเชิงพาณิชย์ โดยใช้งานภายใต้ขั้นตอนที่กำหนดและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงการทดสอบในห้องปฏิบัติการ
ลักษณะการใช้งานครอบคลุมพื้นผิวสัมผัสทั่วไป เช่น พื้นผิวสแตนเลส ผนัง กระเบื้อง พื้น โต๊ะ เคาน์เตอร์ ห้องน้ำ กระจก รวมถึงจุดสัมผัสร่วมอย่างมือจับประตูและปุ่มลิฟต์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เตรียมอาหาร หรือการล้างผักผลไม้ แต่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด น้ำโอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนหลังการใช้งาน จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างบนพื้นผิวหรือวัตถุดิบอาหาร พร้อมทั้งช่วยลดกลิ่นที่เกิดจากสารอินทรีย์หรือคราบไขมัน

ปลอดภัยและลดสารเคมีได้ถึง 95% ส่งผลต่อ ESG และต้นทุนอย่างไร
จากผลการทดสอบและการใช้งานจริงในองค์กร พบว่าสามารถลดการซื้อสารเคมีได้สูงสุดถึง 95% และลดการใช้น้ำมากกว่า 30% เมื่อเปรียบเทียบกับระบบทำความสะอาดที่ใช้สารเคมีแบบเดิม ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามลักษณะหน้างานและรูปแบบการใช้งาน นอกจากนี้ยังช่วยลดขั้นตอนการผสม การจัดเก็บ และการควบคุมสต็อกน้ำยาในงานประจำวัน ทำให้กระบวนการทำงานสั้นลง รวมถึงลดปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่ต้องทิ้งหลังการใช้งาน
ปลอดภัยต่อพนักงานและผู้ใช้อาคารอย่างไร
การใช้น้ำโอโซนช่วยลดการสัมผัสสารเคมีโดยตรงของพนักงาน เนื่องจากไม่ต้องผสมน้ำยาและไม่ต้องจัดเก็บสารเคมีหลายประเภทในพื้นที่ปฏิบัติงาน ระบบนี้ไม่มีสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ซึ่งเป็นสารเคมีที่สามารถระเหยเป็นไอในอากาศได้จากน้ำยาทำความสะอาด จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการสูดดมไอระเหยหรือการสัมผัสสารเคมีระหว่างการทำงาน
ส่งผลต่อ ESG และต้นทุนองค์กรอย่างไร
การลดการใช้สารเคมี 95% ส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง ตั้งแต่การลดการจัดซื้อ ลดการขนส่ง ลดการจัดเก็บสารเคมีในคลังสินค้า ไปจนถึงการลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกจากแกลลอนหรือภาชนะบรรจุน้ำยา ซึ่งหมายถึงการลดการใช้ทรัพยากรตลอดทั้งห่วงโซ่การดำเนินงาน ไม่ใช่เพียงในขั้นตอนการทำความสะอาดเท่านั้น แนวทางนี้จึงช่วยให้องค์กรสามารถแสดงผลลัพธ์ด้านการลดการใช้สารเคมี การลดของเสีย และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในภาพรวม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและกรอบการบริหารจัดการตาม ESG ได้อย่างเป็นรูปธรรม
การติดตั้งและการใช้งาน O3Clean ยุ่งยากหรือไม่
เครื่องผลิตน้ำโอโซน (O3Clean Aqueous Ozone) เป็นระบบติดผนัง ใช้งานร่วมกับระบบน้ำและไฟฟ้าในอาคาร โดยสามารถประยุกต์ติดตั้งเข้ากับระบบน้ำเดิมของอาคารตามความเหมาะสมของหน้างาน เพื่อให้สามารถผลิตและจ่ายน้ำโอโซนสำหรับใช้งานในพื้นที่ได้ตามความต้องการ
สรุป: มาตรฐานการทำความสะอาดจาก เครื่องผลิตน้ำโอโซน ที่พิสูจน์ได้
เครื่องผลิตน้ำโอโซน (O3Clean Aqueous Ozone) คือเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้การทำความสะอาดในระดับองค์กรมีมาตรฐานที่ชัดเจน วัดผลได้ และตรวจสอบย้อนกลับได้ ไม่ใช่เพียงการประเมินจากการมองเห็น แต่เป็นการยืนยันผลด้วยข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ โครงสร้างของระบบครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญที่องค์กรใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจ ได้แก่
- การทดสอบที่ตรวจสอบได้ ผ่านค่า ORP และ ATP ซึ่งใช้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อและระดับความสะอาดของพื้นผิวตามหลักการที่อธิบายได้
- การใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง ครอบคลุมหลากหลายประเภทอาคารรวมถึงพื้นที่ปฏิบัติงาน ภายใต้ขั้นตอนที่กำหนดและสามารถควบคุมคุณภาพได้
- การลดการใช้สารเคมีได้สูงสุดถึง 95% และลดการใช้น้ำมากกว่า 30% จากผลการใช้งานจริงในองค์กร ซึ่งช่วยลดภาระด้านการจัดซื้อ การจัดเก็บ และการบริหารสต็อก
- ความปลอดภัยต่อพนักงานและผู้ใช้อาคาร จากการลดการสัมผัสสารเคมี การไม่ทิ้งสารตกค้าง และไม่มีสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) จากน้ำยาทำความสะอาด
- การสนับสนุนเป้าหมาย ESG และการบริหารต้นทุน ผ่านการลดการขนส่ง การจัดเก็บ และปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์อย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อมาตรฐานความสะอาดสามารถวัดผลและสรุปรายงานได้อย่างชัดเจน องค์กรก็สามารถควบคุมคุณภาพ ลดความเสี่ยง และตัดสินใจจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้จริง
เทคโนโลยีทำความสะอาดด้วยน้ำโอโซนจึงช่วยให้งานทำความสะอาดมีตัวชี้วัดและหลักฐานรองรับ ไม่ใช่เพียงงานสนับสนุนเบื้องหลัง แต่เป็นกระบวนการที่สามารถอธิบายได้ทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์
สำหรับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีทำความสะอาดด้วยน้ำโอโซนจึงเป็นทางเลือกที่สอดคล้องกับการใช้งานจริงในระดับองค์กร และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นระบบ
สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับมาตรฐานความสะอาดสู่ระบบที่วัดผลได้ และสอดคล้องกับกรอบ ESG อย่างชัดเจน เทคโนโลยีทำความสะอาดด้วยน้ำโอโซนอาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา
ดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก




