ก่อนจัดทำ TOR บริการรักษาความปลอดภัยคลังสินค้า องค์กรต้องกำหนดอะไรบ้าง?

แนวทางก่อนจัดทำ TOR บริการรักษาความปลอดภัยคลังสินค้า พร้อมทีมงานตรวจสอบและวางแผนพื้นที่ปฏิบัติงาน - บทความแนะนำจากกลุ่มบริษัท ไอเอฟเอส ผู้ให้บริการดูแลอาคารครบวงจร ครอบครอบคลุม งานดูแลความปลอดภัย งานดูแลความสะอาด
ทีมงานร่วมตรวจสอบพื้นที่คลังสินค้าและวางแผนขอบเขตงานก่อนจัดทำ TOR บริการรักษาความปลอดภัย - บทความแนะนำจากกลุ่มบริษัท ไอเอฟเอส ผู้ให้บริการดูแลอาคารครบวงจร ครอบครอบคลุม งานดูแลความปลอดภัย งานดูแลความสะอาด

ข้อกำหนดขอบเขตงาน (Terms of Reference: TOR) สำหรับบริการรักษาความปลอดภัยคลังสินค้าที่ชัดเจนควรทำให้ผู้เสนอราคาทุกรายเข้าใจสถานที่ ขอบเขตงาน ทรัพยากร และผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการตรงกัน หากข้อมูลไม่ครบ แต่ละบริษัทอาจประเมินกำลังพล อุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายจากเงื่อนไขที่ต่างกัน ทำให้องค์กรเปรียบเทียบข้อเสนอได้ยาก และอาจพบงานนอกขอบเขตหลังเริ่มบริการ

บทความนี้รวบรวมข้อมูล 6 ส่วนที่องค์กรสามารถใช้เป็นกรอบเตรียมข้อมูลก่อนจัดทำ TOR ในแบบฟอร์มของตนเอง โดยไม่กำหนดรูปแบบเอกสารตายตัว หากยังไม่ได้ข้อสรุปว่าคลังสินค้าควรมีจุดควบคุมหรือมาตรการใด แนะนำให้อ่าน แนวทางออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยคลังสินค้าให้เหมาะกับความเสี่ยงและการดำเนินงาน ก่อนนำผลที่ได้มากำหนดเป็นขอบเขตงาน

6 ส่วนสำคัญที่ต้องกำหนดใน TOR บริการรักษาความปลอดภัยคลังสินค้า

1. ข้อมูลโครงการและเงื่อนไขการให้บริการ
ระบุวัตถุประสงค์ สถานที่ จำนวนอาคารและคลังสินค้า ประเภทสินค้า เวลาดำเนินงาน ช่วงเวลารับ–ส่งสินค้า จำนวนประตูและช่องโหลด ปริมาณรถในแต่ละช่วง ระยะเวลาสัญญา และวันที่คาดว่าจะเริ่มงาน หากพื้นที่มีข้อกำหนดตามกฎหมาย มาตรฐาน นโยบายด้านความปลอดภัย หรือเงื่อนไขเฉพาะที่ผู้ให้บริการต้องปฏิบัติตาม เช่น การอบรมก่อนเข้าปฏิบัติงานหรือการรักษาความลับ ควรระบุไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้ผู้เสนอราคาประเมินความพร้อมและค่าใช้จ่ายจากข้อมูลชุดเดียวกัน

2. ขอบเขตงาน บุคลากร และกำลังพล
ระบุตำแหน่งและจุดปฏิบัติงาน เช่น ประตูหลัก จุดลงทะเบียน พื้นที่รับ–ส่งสินค้า ลานขนส่ง แนวรั้ว และห้องควบคุม พร้อมกำหนดจำนวนเจ้าหน้าที่ในแต่ละกะ เวลาปฏิบัติงาน ผู้บังคับบัญชา และลำดับการรายงาน
สำหรับแต่ละจุด ควรกำหนดหน้าที่และสิ่งที่ต้องตรวจสอบ เช่น บุคคล รถ เอกสาร สินค้า และหมายเลขซีล รวมถึงข้อมูลที่ต้องบันทึก พร้อมระบุให้ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการเรื่องใดได้เอง และเหตุประเภทใดต้องแจ้งผู้รับผิดชอบของคลังสินค้าเพื่อพิจารณา
คุณสมบัติของบุคลากรควรสอดคล้องกับหน้าที่ ครอบคลุมใบอนุญาตหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง ทักษะที่จำเป็น การตรวจสอบประวัติ และการอบรมก่อนเริ่มงาน โดยหลีกเลี่ยงการกำหนดคุณสมบัติส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน

3. ระบบ อุปกรณ์ และวัสดุที่ต้องใช้
จัดทำรายการระบบ อุปกรณ์ และวัสดุที่ต้องใช้ในคลังสินค้า เช่น กล้องวงจรปิด ระบบควบคุมการเข้า–ออก ระบบบริหารผู้มาติดต่อ ระบบอ่านป้ายทะเบียน ระบบตรวจการณ์ (Guard Tour) และวิทยุสื่อสาร พร้อมระบุว่าองค์กรหรือผู้ให้บริการเป็นผู้จัดหา ฝ่ายใดรับผิดชอบค่าติดตั้ง วัสดุสิ้นเปลือง การบำรุงรักษา อุปกรณ์สำรอง และการแก้ไขเมื่อระบบขัดข้อง
หากต้องใช้ระบบเดิมหรือข้อมูลของคลังสินค้า ควรระบุวิธีเชื่อมต่อ สิทธิ์การเข้าถึง วิธีเก็บรักษาข้อมูล และการส่งคืนทรัพย์สินเมื่อสิ้นสุดสัญญาด้วย

4. การรายงานเหตุและความต่อเนื่องของบริการ
กำหนดประเภทเหตุที่เกี่ยวข้องกับคลังสินค้า เช่น บุคคลเข้าเกินสิทธิ์ รถหรือเอกสารไม่ตรงกัน หมายเลขซีลผิดปกติ สินค้าสูญหาย การบุกรุก หรือเหตุบริเวณลานขนส่ง พร้อมระบุผู้รับแจ้ง ช่องทางติดต่อ และระยะเวลารายงานตามระดับความสำคัญ รวมถึงรายงานที่ต้องส่งและผู้รับผิดชอบติดตามจนปิดประเด็น
TOR ควรครอบคลุมแผนพนักงานทดแทน การรับมือเมื่ออุปกรณ์ขัดข้อง การเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงาน และการรับ–ส่งข้อมูลหรือทรัพย์สินเมื่อเปลี่ยนผู้ให้บริการ เพื่อไม่ให้เกิดช่วงว่างของบริการ

5. รูปแบบข้อเสนอ ราคา และเงื่อนไขการยื่น
กำหนดรูปแบบใบเสนอราคาให้ทุกรายแสดงต้นทุนในโครงเดียวกัน เช่น ค่ากำลังพลประจำกะ ค่าแรงและสวัสดิการ ค่าบริหารจัดการ ค่าอุปกรณ์ งานนอกเวลาหรือวันหยุด และค่าใช้จ่ายสำหรับการเพิ่มจุดปฏิบัติงานชั่วคราวในช่วงที่มีปริมาณรถหรือการรับ–ส่งสินค้าสูง พร้อมระบุสิ่งที่รวมและไม่รวมในราคา ภาษี เงื่อนไขการชำระเงิน และระยะเวลาที่ราคามีผล
ระบุวิธีตอบรับเข้าร่วม เอกสารและรูปแบบไฟล์ที่ต้องยื่น กำหนดส่ง ช่องทางสอบถาม รวมถึงเงื่อนไขการสำรวจพื้นที่หรือการนำเสนอข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อให้กระบวนการรับข้อเสนอเป็นมาตรฐานเดียวกัน

6. เกณฑ์ประเมินและเงื่อนไขควบคุมสัญญา
ระบุเกณฑ์ประเมินด้านเทคนิคและราคา เช่น ประสบการณ์ในคลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้า แผนจัดกำลัง แผนเริ่มงาน ตัวอย่างรายงาน และแนวทางรับมือเหตุผิดปกติ พร้อมกำหนดวิธีพิจารณาและแจ้งผล เงื่อนไขที่อาจทำให้ข้อเสนอถูกตัดสิทธิ์ รวมถึงสิทธิ์ขององค์กรในการเปลี่ยนแปลงหรือยุติกระบวนการจัดซื้อให้ชัดเจน
สำหรับตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (KPI) และข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) อาจครอบคลุมการจัดกำลังพลได้ครบตามสัญญา ความครบถ้วนของการปฏิบัติงานประจำจุดและรอบลาดตระเวน ระยะเวลารายงานเหตุ และความครบถ้วนของข้อมูล โดยต้องกำหนดนิยาม วิธีวัด ค่าเป้าหมาย แหล่งข้อมูล รอบประเมิน และวิธีดำเนินการเมื่อผลงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ส่วนค่าปรับ การยกเลิกสัญญา และข้อกำหนดทางกฎหมายควรผ่านการตรวจสอบจากฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายกฎหมาย และผู้มีอำนาจก่อนนำไปใช้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดทำ TOR บริการรักษาความปลอดภัยคลังสินค้า

Q: หากยังไม่ทราบจำนวนเจ้าหน้าที่หรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม ควรเริ่มจัดทำ TOR อย่างไร?
A: ควรเริ่มจากระบุข้อมูลพื้นที่ เวลาทำงาน ปริมาณรถ จุดควบคุม และผลลัพธ์ที่ต้องการ จากนั้นให้ผู้ให้บริการเสนอจำนวนกำลังพลและระบบที่เหมาะสม พร้อมอธิบายเหตุผลประกอบ

Q: ควรให้ผู้ให้บริการสำรวจพื้นที่คลังสินค้าก่อนเสนอราคาหรือไม่?
A: ควรสำรวจพื้นที่ก่อนเสนอราคา เพื่อให้ผู้ให้บริการเข้าใจจุดปฏิบัติงาน เส้นทางรถ ช่วงเวลารับ–ส่งสินค้า และข้อจำกัดของพื้นที่ ซึ่งช่วยให้ประเมินทรัพยากรและค่าใช้จ่ายได้แม่นยำขึ้น

Q: องค์กรควรทบทวน TOR บริการรักษาความปลอดภัยคลังสินค้าเมื่อใด?
A: ควรทบทวนก่อนต่อสัญญาหรือเปิดรับข้อเสนอใหม่ รวมถึงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ ประเภทสินค้า เวลาทำงาน ปริมาณรถ ระบบที่ใช้ หรือพบเหตุผิดปกติที่ขอบเขตเดิมยังไม่ครอบคลุม

Share this post
Facebook
LinkedIn

เพิ่มเติมจากหมวดหมู่